Blog

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ หากขั้นตอนการผลิตมีอุณหภูมิ ความร้อนมาเกี่ยวข้อง อาจจะต้องตรวจสอบว่าพลาสติกนั้นๆทนต่อความร้อนได้หรือไม่ โดยทั่วไปพลาสติกจะทนต่อความเย็นได้ดีกว่าความร้อน สำหรับน้ำมันหรือ ส่วนประกอบที่เป็นเคมี พลาสติกด้านในจะต้องเก็บของเหลวไม่ให้ไหลออกมา โดยพลาสติกต่างชนิด จะมีคุณสมบัติ ข้อดีที่แตกต่างกันดังนี้

High Density Polyethylene (HDPE)
เป็นพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูง ทนทาน แข็งแรง เหนียวนิ่ม ยืดหยุ่น ต้านทานแรงต่างๆ ได้ดี มีความขุ่น โปร่งแสง ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกรดและด่าง ไม่ไวต่อสารเคมี ทนความร้อนได้เล็กน้อย หากใช้วิธีบรรจุแบบอุ่น (Warm filled: 80-100 องศาเซลเซียส) นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในเครื่องสำอาง ประเภท แป้งฝุ่น แชมพู

Low Density Polyethylene (LDPE)
เป็นพลาสติกที่ทนต่อแรงบีบอัดสูง นิ่ม ยืดหยุ่นได้ดีทนต่อการทิ่มทะลุและการฉีกขาด ไม่ทนความร้อน ไม่สามารถใช้กับกระบวนการบรรจุร้อน (hot fill) ได้ นิยมเป็นบบรจุภัณฑ์เครื่องเทศ น้ำผึ้ง ฝาขวด และขวดโลชั่นต่างๆ

Polyethylene terephthalate (PET)
มีความเหนียว ทนทาน ยืดหยุ่นต่อแรงกระทบกระแทก ไม่แตกง่าย Recycle ได้ 100%
มีความวาวใส โปร่งแสง นิยมใช้บรรจุ น้ำ ครีมอาบน้ำ โลชั่น เป็นต้น

Polypropylene (PP)
มีความแข็งและเหนียว คงรูปดี หักงอได้ปานกลางโปร่งแสงมากกว่า HDPE ไม่ทนต่อความเย็น แต่สามารถทนอุณหภูมิสูงๆได้ (ประมาณ 240°F) นิยมใช้ใน ขวดปั๊ม ฝาขวด เป็นต้น

Polystyrene (PS)
เป็นพลาสติกที่แข็ง ใส แต่เปราะ และแตกง่าย พลาสติกประเภทนี้จะแข็งกว่า PET สามารถใช้เป็นขวดและเป็นโถได้ นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอาง ที่น้ำหนักไม่มาก แต่นิยมนำมาบรรจุน้ำดื่มหรือแชมพูสระผม เนื่องจากสามารถตกแตกได้ง่าย

SEND YOUR ENQUIRIES